สโมสรพรีเมียร์ลีกกำลังลงทุนกับผู้เล่นริมเส้นที่มีความสามารถในการพาบอลผ่านคู่แข่งอย่างหนัก แม้หลายคนยังมีผลผลิตด้านประตูและแอสซิสต์ไม่สูงเมื่อเทียบกับค่าตัว กรณี Iliman Ndiaye ที่ Manchester City จ่าย 70 ล้านยูโร เป็นตัวอย่างของคำถามสำคัญในการประเมินปีกยุคนี้ว่า ทักษะการเลี้ยงบอลเพียงอย่างเดียวมีมูลค่ามากเพียงใด

บทบาทปีกเปลี่ยนจากการยืนกว้าง เลี้ยงผ่านฟูลแบ็ก และเปิดบอลเข้ากรอบเขตโทษ ไปสู่การเป็นผู้เล่นที่พาบอลเข้าพื้นที่ยิงเอง Lionel Messi, Cristiano Ronaldo, Arjen Robben, Gareth Bale, Neymar และ Mohamed Salah แสดงให้เห็นว่าความเร็วกับเทคนิคริมเส้นสามารถสร้างความแตกต่างในจังหวะจบสกอร์ได้โดยตรง
เหตุผลอยู่ที่ประสิทธิภาพของจังหวะสุดท้าย ลูกครอสเปลี่ยนเป็นประตูได้ราว 1%-3% ขณะที่โอกาสยิงโดยเฉลี่ยมีอัตราเป็นประตูราว 10% ปีกที่เปลี่ยนการครองบอลให้เป็นจังหวะยิงจึงเพิ่มโอกาสทำประตูของทีมได้มากกว่าการพาเกมไปจบด้วยการเปิดบอลเพียงอย่างเดียว

Iliman Ndiaye เด่นในการพาบอล แต่ตัวเลขจบสกอร์ยังจำกัด
Ndiaye วัย 26 ปี นักเตะทีมชาติเซเนกัลที่เกิดในฝรั่งเศส เป็นหนึ่งในนักเลี้ยงบอลที่โดดเด่นของพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลก่อนเขาเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 72 ครั้ง ตามหลังเพียง Jérémy Doku จากข้อมูลของ Futi ส่วนฤดูกาลก่อนหน้านั้น เขาทำได้ 75 ครั้ง รั้งอันดับ 4 รองจาก Doku, Mohammed Kudus และ Salah
อย่างไรก็ดี Ndiaye ยิงในพรีเมียร์ลีกให้ Everton 11 ประตูโดยไม่นับจุดโทษตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา และทำ 3 แอสซิสต์ คิดเป็น 0.25 ประตูและแอสซิสต์ที่ไม่ใช่จุดโทษต่อ 90 นาที ฤดูกาลก่อนมีผู้เล่นพรีเมียร์ลีกที่ผ่านเกณฑ์ 96 คนทำผลงานเกมรุกต่อนาทีดีกว่าเขา
ตัวเลขนี้ไม่ได้ปฏิเสธคุณค่าการพาบอลของ Ndiaye แต่สะท้อนบริบทของการตัดสินใจซื้อตัว Manchester City จ่ายค่าตัวเพื่อคุณสมบัติที่ช่วยเจาะแนวรับได้ด้วยตัวเอง ขณะที่ผลลัพธ์สุดท้ายในพื้นที่สุดท้ายยังเป็นสิ่งที่ต้องแปลงให้คุ้มกับการลงทุน
ค่าตัวสูงไม่ได้มาพร้อมผลผลิตเกมรุกเสมอไป
ตลอดสามฤดูกาลที่ผ่านมา สโมสรพรีเมียร์ลีกจ่ายค่าตัวอย่างน้อย 40 ล้านยูโรให้ผู้เล่นที่ Transfermarkt จัดเป็นปีก 23 คน เมื่อตัดผู้เล่น 4 คนที่ย้ายมาจากลีกนอกกลุ่ม 5 ลีกใหญ่ยุโรปออก เหลือ 19 คน โดยมีเพียง Barcola, Outtara, Madueke, Mbaye และ Johnson ที่ทำค่า xG+xA แบบไม่รวมจุดโทษได้ถึง 0.5 ต่อ 90 นาทีในฤดูกาลก่อนย้ายทีม
ค่า xG+xA ช่วยประเมินคุณภาพของโอกาสยิงและการสร้างโอกาส มากกว่าดูเพียงจำนวนประตูหรือแอสซิสต์ อัตรา 0.5 ต่อ 90 นาทีจึงเป็นจุดอ้างอิงที่บ่งชี้ว่าผู้เล่นมีผลผลิตเกมรุกสูงกว่าค่าเฉลี่ย
- Barcola มีค่า xG+xA สูงสุดในกลุ่มนี้ที่ 0.8 ต่อ 90 นาที
- Madueke มีค่าตัวสูงเป็นอันดับ 10 ของรายชื่อทั้งหมด
- Outtara มีค่าตัวสูงเป็นอันดับ 17 ของรายชื่อทั้งหมด
- Johnson ถูกจัดเป็นปีก แต่มีลักษณะการเล่นใกล้เคียงกองหน้าที่ขยับออกด้านกว้าง และเป็นคนเดียวในรายชื่อที่เลี้ยงผ่านคู่แข่งไม่ถึง 1 ครั้งต่อ 90 นาที
ในกลุ่มผู้เล่น 7 คนที่ย้ายด้วยค่าตัวเกิน 60 ล้านยูโร มี Sávio, Ndiaye, Kudus และ Elanga 4 คนที่ทำ xG+xA ไม่ถึง 0.4 ต่อ 90 นาที ขณะที่พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อนมีผู้เล่น 53 คนที่ลงสนามอย่างน้อย 900 นาทีและทำถึงระดับดังกล่าวได้ ภาพนี้ชี้ว่าตลาดให้ราคากับความสามารถในการพาบอลอย่างมาก แม้ผลผลิตใกล้ประตูจะยังไม่ถึงระดับเดียวกัน
เกมคุมจังหวะทำให้การดวลริมเส้นมีความสำคัญ
แนวโน้มด้านแท็กติกเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบาย หลายทีมชั้นนำให้ความสำคัญกับการคุมเกมและลดความเสี่ยงในการเสียบอล จึงเก็บผู้เล่นไว้ด้านหลังมากขึ้นและพาบอลขึ้นหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป เมื่อคู่แข่งมีเวลาจัดระเบียบแนวรับ การส่งบอลออกริมเส้นให้ปีกสร้างความแตกต่างแบบตัวต่อตัวจึงกลายเป็นทางเลือกสำคัญ

พรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อนมีผู้เล่นเพียง 17 คนที่เลี้ยงผ่านคู่แข่งได้อย่างน้อย 1.75 ครั้งต่อ 90 นาที ขณะที่ในกลุ่มปีกค่าตัวสูง 19 คน มีถึง 14 คนที่แตะระดับนี้ในฤดูกาลสุดท้ายก่อนย้ายทีม นั่นช่วยอธิบายว่าทำไมสโมสรจึงให้คุณค่ากับผู้เล่นที่สามารถทำลายแนวรับด้วยตัวเองได้
การเสียบอลใกล้เส้นข้างยังจัดการได้ง่ายกว่าการเสียบอลกลางสนาม โดยเฉพาะทีมที่วางผู้เล่นคุมพื้นที่ด้านหลังไว้มาก ปีกสายเลี้ยงจึงตอบโจทย์ฟุตบอลที่ต้องการโจมตีโดยไม่เปิดความเสี่ยงจากการเสียบอลในพื้นที่อันตรายมากเกินไป
ข้อมูลกายภาพและศักยภาพยังมีอิทธิพลต่อการซื้อขาย
สโมสรให้ความสนใจกับข้อมูลการวิ่งนอกบอล ประเภทการวิ่ง ความเร็ว การเร่ง และการชะลอมากขึ้น คุณสมบัติเหล่านี้สัมพันธ์กับทักษะที่ใช้เลี้ยงผ่านคู่แข่ง เช่น ความเร็ว การเร่ง และความคล่องตัว จึงทำให้ผู้เล่นสายพาบอลโดดเด่นในกระบวนการสรรหา
แต่ข้อมูลดังกล่าวบอกได้เป็นหลักว่าผู้เล่นทำอะไร ไม่ได้ยืนยันเสมอไปว่าการกระทำนั้นแปลงเป็นประตูหรือแอสซิสต์มากเพียงใด สำหรับผู้สนับสนุน ประเด็นจึงไม่ใช่ว่าทีมควรเลิกซื้อปีกที่เลี้ยงบอลเก่ง แต่ควรดูว่าทักษะนั้นเชื่อมต่อกับการสร้างโอกาสและการจบสกอร์ได้จริงหรือไม่




















