อิลิมาน เอ็นดิอาย ย้ายจากเอฟเวอร์ตันสู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ด้วยค่าตัว 65 ล้านปอนด์ และประเดิมสนามในเกมพบโคเวนทรี ซิตี้แล้ว บททดสอบของแนวรุกทีมชาติเซเนกัลคือการเปลี่ยนทักษะเฉพาะตัวให้เข้ากับทีมที่ครองบอลและกำหนดรูปเกมได้มากกว่าเดิม
หลังเกมเปิดตัว เอ็นดิอายกล่าวถึงการเลือกย้ายทีมว่า
"When Manchester City comes though, you don't say no,"

จากสเปอร์สสู่แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ก่อนตลาดซื้อขายปิด ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สตกลงเงื่อนไขในการคว้าตัวเอ็นดิอายได้ แต่ผู้เล่นยังไม่ตัดสินใจ จนแมนเชสเตอร์ ซิตี้เข้ามาในช่วงปรับทีมหลังเป๊ป กวาร์ดิโอลาอำลาสโมสร
ข้อเสนอให้เล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีกพร้อมสัญญา 5 ปีทำให้เขาเลือกซิตี้ โดยเอ็นดิอายยอมรับว่ามี "only one direction" อยู่ในใจ ค่าตัว 65 ล้านปอนด์ทำให้เขาเป็นหนึ่งในดีลใหญ่ของตลาดรอบนี้ และย่อมมาพร้อมความคาดหวังทันที
ตัวเลขดังกล่าวดูน่าสนใจเมื่อซิตี้ขายซาวิโอได้ 85 ล้านปอนด์ แต่ก็อยู่ในระดับใกล้กับดีลของคุนญ่า 62.5 ล้านปอนด์, ไบรอัน เอ็มเบวโม่ 70 ล้านปอนด์ และอองตวน เซเมนโย่ 64 ล้านปอนด์ นั่นหมายความว่าเอ็นดิอายต้องพิสูจน์ตัวเองในฐานะแนวรุกพรีเมียร์ลีกระดับแถวหน้า ไม่ใช่เพียงนักเตะที่มีแวว
เส้นทางก่อนถึงจุดนี้
เอ็นดิอายเกิดที่รูอ็อง มีบิดาชาวเซเนกัลและมารดาชาวฝรั่งเศส เขาเคยอยู่กับสโมสรในฝรั่งเศสหลายแห่ง รวมถึงมาร์กเซย ก่อนกลับไปฝึกฝนที่ดาการ์ ซาเคร-เกอร์ในเซเนกัล
เมื่อบิดาย้ายมาอังกฤษ เขาตามมาขณะอายุ 16 ปีและเล่นกับโบเรแฮม วูดในระดับกึ่งอาชีพ เขาเคยทดสอบฝีเท้ากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส แต่ไม่ได้สัญญา
ฤดูกาล 2022-23 เขามีส่วนร่วมกับ 24 ประตูจาก 46 นัดในแชมเปียนชิพ ช่วยเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุด ก่อนกลับไปมาร์กเซย สโมสรในวัยเด็ก ช่วงเวลานั้นไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนที่การย้ายเอฟเวอร์ตันในปี 2024 ด้วยค่าตัว 17 ล้านปอนด์จะเปิดทางให้เขาสร้างผลงานในพรีเมียร์ลีก

คุณสมบัติที่ซิตี้ต้องการ
ที่เอฟเวอร์ตัน เอ็นดิอายทำงานภายใต้ฌอน ไดช์และเดวิด มอยส์ เขาผสานทักษะทางเทคนิคกับการวิ่งไล่กดดันอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นจุดเด่นของทีม เขาสร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลทั้งที่กูดิสัน พาร์กและฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม
ความสามารถในการพลิกบอลในพื้นที่แคบ หลุดจากการประกบ เปลี่ยนทิศทาง และพาบอลผ่านแนวรับที่หนาแน่น คือจุดแข็งที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน เขาเล่นได้ทั้งริมเส้นสองฝั่ง หลังกองหน้าตัวเป้า และฟอลส์ไนน์ ความยืดหยุ่นนี้เพิ่มทางเลือกให้มาเรสก้าในการจัดแนวรุก
- การพาบอลและเอาตัวรอดในพื้นที่แคบช่วยให้ซิตี้มีทางออกเมื่อเกมรุกติดอยู่กับแนวรับคู่แข่ง
- ความเร็วในการเปลี่ยนจังหวะทำให้เขามีศักยภาพในการโจมตีพื้นที่หลังแนวรับ
- การเล่นได้หลายตำแหน่งเปิดโอกาสให้เขาสลับบทบาทตามคู่แข่งและสถานการณ์ของเกม
เกมประเดิมกับโคเวนทรี ซิตี้มีสัญญาณบวก เอ็นดิอายเลี้ยงผ่านคู่แข่งสำเร็จ 2 ครั้งและสร้างโอกาสทำประตูชัดเจน 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม เขายังมีช่วงที่ตามความเข้มข้นในช่วงต้นเกมของซิตี้ไม่ทัน
โจทย์จากมาเรสก้าและการแข่งขันในทีม
มาเรสก้าพอใจกับการเซ็นสัญญา แต่ต้องการเห็นการเคลื่อนที่ที่เหมาะกับระบบมากขึ้น เขาระบุว่าเอ็นดิอาย "moving in the wrong way" ในเกมเปิดตัว เพราะถอยลงมาหาบอลแทนที่จะวิ่งโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับ
ประเด็นนี้มีความสำคัญกับทีมที่ครองบอลเหนือกว่าเอฟเวอร์ตันเป็นปกติ การสร้างระยะห่างจากผู้ครองบอลสามารถดึงแนวรับและเปิดพื้นที่ให้เอ็นดิอายใช้ความเร็วได้ เขาจึงต้องรักษาความกล้าพาบอลไว้ พร้อมปรับการเคลื่อนที่โดยไม่ใช้บอลให้สอดคล้องกับสิ่งที่ทีมต้องการ
ตำแหน่งในแนวรุกยังแข่งขันสูง โดยมีเฌเรมี โดกู, ฟิล โฟเด้น และรายาน แชร์กีเป็นตัวเลือกอื่น การประสานงานระหว่างเอ็นดิอาย, อองตวน เซเมนโย่ และเออร์ลิง ฮาลันด์จึงเป็นภาพที่น่าติดตาม เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ในเกมรุกกับโยชโก้ กวาร์ดิโอล ซึ่งชอบเติมเกมแบบโอเวอร์แลป

โอกาสที่ต้องเปลี่ยนเป็นผลงาน
เอ็นดิอายเคยแสดงให้เห็นว่าเปลี่ยนเกมจากม้านั่งสำรองได้ ในฟุตบอลโลกกับเซเนกัล เขายิง 1 ประตูและทำ 2 แอสซิสต์จากเวลา 113 นาที แต่การย้ายมาซิตี้เป็นโจทย์ที่ต่างออกไป เพราะเขาจะอายุ 27 ปีในเดือนมีนาคม และต้องพร้อมสร้างผลกระทบในช่วงเวลาที่เหมาะสม
ซิตี้ไม่ได้รับประกันความสำเร็จของผู้เล่นเกมรุกเสมอไป แจ็ค กรีลิชคว้าแชมป์มากมาย แต่ความเป็นธรรมชาติในเกมลดลงไปบางส่วน ขณะที่ซาวิโอและโอมาร์ มาร์มูชย้ายออกจากสโมสรแล้วและกำลังสร้างเส้นทางใหม่กับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส
สำหรับแฟนซิตี้ สิ่งที่ควรจับตาคือเอ็นดิอายจะเปลี่ยนการเลี้ยงกินตัวและความขยันเป็นการวิ่งโจมตีพื้นที่ได้เร็วเพียงใด หากเขาทำได้ ความหลากหลายของตำแหน่งและความสามารถในการสร้างความแตกต่างอาจทำให้เขากลายเป็นกำลังสำคัญของแนวรุกได้




















