คีลิยัน เอ็มบัปเป้มีส่วนร่วมกับ 3 ประตูด้วยการยิง 2 ประตูและทำ 1 แอสซิสต์ ช่วยให้เรอัล มาดริดกลับมาชนะในลาลีกาด้วยการเอาชนะราโย บาเยกาโน 4-1 ผลงานนี้ทำให้เขาขึ้นนำดาวซัลโวลาลีกาด้วย 6 ประตู และยืนยันฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล

เอ็มบัปเป้เปิดสกอร์จากจุดโทษในนาทีที่ 14 หลังอัลบาโร การ์เรราสทำฟาวล์ จากนั้นเพียง 3 นาที เขาไหลบอลให้การ์เรราสทำประตู เรอัล มาดริดจึงนำ 2-0 ภายใน 17 นาทีแรก

เอ็มบัปเป้ไหลบอลให้การ์เรราสทำประตูที่สองของเรอัล มาดริด

เอ็มบัปเป้ทำสถิติเด่นที่เบร์นาเบว

การทำประตูและแอสซิสต์ในช่วง 17 นาทีแรกทำให้เอ็มบัปเป้เป็นนักเตะเรอัล มาดริดคนแรกนับตั้งแต่ฮาเมส โรดริเกซในเดือนมกราคม 2016 ที่ทำสถิติดังกล่าวได้ในเกมลาลีกาที่ซานติอาโก เบร์นาเบว

จู๊ด เบลลิงแฮมยิงให้เรอัล มาดริดนำ 3-0 ก่อนจบครึ่งแรก แต่ฟอร์มการเล่นในครึ่งหลังเปิดโอกาสให้ราโย บาเยกาโนไล่ขึ้นมา เมื่อเซร์คิโอ กาเมโยทำประตูในนาทีที่ 51

จู๊ด เบลลิงแฮมทำประตูให้เรอัล มาดริดนำราโย บาเยกาโน 3-0

เอ็มบัปเป้ปิดเกมช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

เรอัล มาดริดได้ประตูย้ำชัยในนาทีแรกของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่ออาร์ดา กือแลร์จ่ายบอลให้เอ็มบัปเป้ยิงเรียดเข้าประตู เป็นประตูที่สองของเขาในเกมนี้และทำให้ทีมชนะ 4-1

ตัวเลขสำคัญของเอ็มบัปเป้

  • ยิง 7 ประตูจาก 6 นัดในทุกรายการฤดูกาลนี้
  • ยิง 6 ประตูในลาลีกาและขึ้นนำดาวซัลโว
  • ทำประตูมากกว่าหนึ่งลูกในเกมลาลีกา 15 นัดนับตั้งแต่ย้ายมาเรอัล มาดริดในฤดูกาล 2024-25
  • สถิติดังกล่าวมากกว่าราฟินญาของบาร์เซโลนาซึ่งทำได้ 11 นัด

เรอัล มาดริดกลับมาชนะในลีก

ชัยชนะนัดนี้เกิดขึ้นหลังเรอัล มาดริดแพ้เรอัล เบติสเป็นครั้งแรกของฤดูกาลเมื่อสัปดาห์ก่อน จากนั้นทีมเอาชนะอินเตอร์ มิลานในแชมเปียนส์ลีกเมื่อวันอังคาร ก่อนกลับมาคว้าชัยในลาลีกาได้อีกครั้ง