VAR กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้งจากสองจังหวะในพรีเมียร์ลีกที่ชวนถกเถียง ทั้งประตูของ Manchester United ในเกมพบ Ipswich Town และจุดโทษช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ Liverpool ในเกมเยือน Newcastle United สองเหตุการณ์นี้สะท้อนชัดว่า การตัดสินของ VAR ไม่ได้ดูแค่ภาพโดนหรือไม่โดน แต่ต้องแยกให้ได้ว่าใครเป็นผู้ทำประตูจริง และจังหวะปะทะเข้าข่ายฟาวล์ตามกฎหรือไม่

Andy Davies อดีตผู้ตัดสินระดับ Select Group ซึ่งมีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกและ Championship มากกว่า 12 ฤดูกาล เป็นผู้ช่วยอธิบายเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินในทั้งสองเกม ทำให้เห็นว่าทำไมบางจังหวะจึงยืนยันตามเดิม แม้แฟนบอลจะรู้สึกว่าเหตุการณ์เหล่านั้นหนักไปทางทีมใดทีมหนึ่งก็ตาม

Andy Davies อธิบายเหตุผล VAR ในพรีเมียร์ลีกจากสองจังหวะสำคัญ
ภาพประกอบการพิจารณาจังหวะแฮนด์บอลของ Harry Maguire ในเกม Manchester United
สรุปสองเหตุการณ์ VAR ที่ถูกพูดถึงในพรีเมียร์ลีกเดือนสิงหาคม 2026
Hislop: VAR decision on Man United goal makes no sense

Manchester United 5-2 Ipswich Town: ทำไมประตูของแฮร์รี แม็กไกวร์จึงยังนับ

เกม Manchester United ชนะ Ipswich Town 5-2 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม มีจังหวะสำคัญในนาทีที่ 56 หลังบอลถูกเคลียร์ออกจากเขตโทษของ Ipswich มาถึง Harry Maguire และดูเหมือนจะโดนแขนของเขา จากนั้น Maguire จึงส่งบอลไปข้างหน้า ก่อนที่บอลจะไปแฉลบ Jacob Greaves แล้วเข้าประตู หลังเช็ก VAR ผู้ตัดสินยืนยันให้เป็นประตูของ Manchester United

จังหวะประตูของ Manchester United พบ Ipswich Town ที่ VAR ยืนยันให้เป็นสกอร์

ในเกมนี้ Craig Pawson เป็นผู้ตัดสินในสนาม และ Jarred Gillett ทำหน้าที่ VAR โดยห้อง VAR สรุปว่า “It's an own goal and the accidental handball is not punishable, so we recommend you award the goal.” แก่นของคำตัดสินคือบอลถูกมองว่าเปลี่ยนทางเข้าประตูจากการแฉลบ Greaves จนเป็น own goal ไม่ใช่ Maguire เป็นผู้ทำประตูโดยตรง ขณะเดียวกันการโดนแขนของ Maguire ถูกตีความว่าเป็นการสัมผัสแบบไม่ตั้งใจ จึงไม่ใช่แฮนด์บอลที่ต้องลงโทษ

จุดชี้ขาดอยู่ที่ใครเป็นคนทำประตู

VAR ต้องตอบให้ได้สองคำถามพร้อมกัน คือ Maguire เป็นผู้ทำประตูจริงหรือไม่ และการโดนแขนของเขาเป็นแฮนด์บอลที่ลงโทษได้หรือเปล่า เมื่อคำตอบออกมาว่าลูกนี้เป็น own goal ของ Greaves ไม่ใช่การยิงเข้าของ Maguire เงื่อนไขที่ทำให้ประตูถูกยกเลิกจึงไม่ครบ

Andy Davies มองว่านี่คือจังหวะก้ำกึ่งที่เข้าใจได้หากฝ่าย Ipswich Town ไม่พอใจ เพราะถ้า Maguire เป็นคนยิงเองแล้วลูกไปโดนแขนก่อนเข้าประตู ผลลัพธ์อาจต่างออกไป แต่เมื่อ VAR ตัดสินว่าเป็นการแฉลบของกองหลังและการโดนแขนเป็นอุบัติเหตุ ประตูจึงต้องนับตามกฎ

ทำไมจังหวะนี้ถึงทำให้แฟนบอลเถียงกันหนัก

ความซับซ้อนของเหตุการณ์นี้อยู่ตรงที่ภาพแรกทำให้หลายคนคิดถึงแฮนด์บอลทันที แต่ในทางกติกา ต้องดูให้ครบว่าบอลเข้าประตูอย่างไร ใครเป็นผู้ทำให้บอลเปลี่ยนทาง และการสัมผัสมือเกิดขึ้นในลักษณะใด เมื่อ VAR เชื่อว่าทั้งสององค์ประกอบสำคัญเข้าข้างการให้ประตู จึงไม่มีเหตุผลตามกฎที่จะริบสกอร์

Davies ระบุด้วยว่าการตัดสินของ Jarred Gillett ไม่ใช่คำตัดสินที่ผิด เพราะ Maguire กำลังเล่นบอลที่กระดอน และแขนอยู่ด้านหน้าลำตัว ทำให้การโดนบอลที่แขนซ้ายพอจะมองเป็นอุบัติเหตุได้ แม้ผลลัพธ์จะทำให้ Ipswich รู้สึกว่าถูกเอาเปรียบก็ตาม

Newcastle United 2-2 Liverpool: ทำไมจุดโทษช่วงท้ายเกมจึงถูกยืนยัน

อีกเหตุการณ์เกิดขึ้นในเกม Newcastle United เสมอ Liverpool 2-2 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ในนาที 90+6 หลัง Victor Muñoz พาบอลเข้าเขตโทษ และ Lewis Hall เข้าปะทะจนล้มลง ผู้ตัดสิน Stuart Attwell จึงเป่าให้เป็นจุดโทษทันที ก่อนที่ VAR James Bell จะตรวจสอบและยืนยันคำตัดสินเดิม

ห้อง VAR อธิบายว่าเป็นการปะทะลักษณะ “knee into thigh contact” และ Hall ไม่ได้เล่นบอล ทำให้คำตัดสินจุดโทษสอดคล้องกับภาพในสนาม จุดนี้สำคัญมากเพราะเกิดในช่วงท้ายเกม และเปลี่ยนแรงกดดันทั้งหมดไปอยู่ที่เกมรับของ Newcastle United ทันที

เหตุผลเชิงฟุตบอลที่ทำให้จุดโทษนี้ดูชัด

Davies เห็นว่าเป็นฟาวล์ที่ค่อนข้างตรงไปตรงมาตั้งแต่จังหวะจริง เมื่อผู้เล่นเกมรุกพาบอลเข้าพื้นที่อันตรายด้วยความเร็ว แนวรับต้องมีจังหวะเข้าปะทะที่แม่นยำและต้องเล่นบอลให้ได้ หากเข้าไม่ถึงบอลและไปโดนคู่แข่งแทน ก็เสี่ยงเสียฟาวล์ทันที

เขายังมองว่า Hall ตัดสินใจพลาดที่เข้าปะทะแบบไม่รอบคอบ ขณะที่ Muñoz เล่นได้ฉลาดพอจะพาเหตุการณ์ไปสู่จุดโทษ ทำให้การยืนยันของ VAR เป็นผลลัพธ์ที่เหมาะสมตามกติกา

ผลกระทบที่แฟนบอล Newcastle ต้องยอมรับ

สำหรับแฟน Newcastle United จังหวะนี้อาจรู้สึกเหมือน Liverpool ได้ประโยชน์ในช่วงท้ายเกม แต่เมื่อดูตามรายละเอียดของการปะทะ การตัดสินจุดโทษมีฐานรองรับชัดเจน เพราะ Hall ไม่ได้เล่นบอลและเป็นฝ่ายทำให้เกิดการล้มในเขตโทษโดยตรง

สองจังหวะนี้จึงช่วยย้ำภาพของ VAR ในพรีเมียร์ลีกได้ดีว่า การตัดสินไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของผู้ชมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องไล่ดูว่าเหตุการณ์เกิดจากอะไร ใครเป็นผู้เล่นหลักในจังหวะนั้น และกฎอนุญาตให้ลงโทษหรือให้ประตูต่อไปได้หรือไม่