NWSL กำลังเผชิญข้อขัดแย้งระหว่างลีก นักเตะ และแบรนด์รองเท้า หลังใช้นโยบายที่กำหนดให้แบรนด์ซึ่งต้องการแสดงโลโก้รองเท้าในการแข่งขันจ่ายเงินให้ลีกและนักเตะ Michelle Cooper กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่แสดงจุดยืนชัดเจน หลังฉลองประตูชัยของ Kansas City Current ในเกมชนะ North Carolina Courage 3-2 ด้วยการถอดรองเท้าข้างขวาขึ้นมาโชว์ต่อหน้าแฟนบอล

Cooper ซึ่งมีสัญญากับ New Balance เคยชูรองเท้าหลังทำประตูมาแล้วในเดือนกรกฎาคม และในเดือนสิงหาคมยังโพสต์ภาพอีเมลจากลีกที่แจ้งบทลงโทษเกี่ยวกับการเลือกรองเท้าของเธอ พร้อมแนบลิงก์ให้แฟนบอลซื้อรองเท้าแบรนด์ดังกล่าว

นโยบายรองเท้าของ NWSL กำหนดอะไรบ้าง
แบรนด์ที่ไม่ใช่ Nike ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนลีก ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ NWSL เพื่อเป็นผู้ให้บริการรองเท้าที่ได้รับอนุญาต และต้องจ่ายเงินให้นักเตะที่สวมรองเท้าแบรนด์นั้นในการแข่งขันอย่างเป็นทางการด้วย
- ค่าธรรมเนียมที่แบรนด์จ่ายให้ลีกเป็นโครงสร้างแบบไล่ระดับตามจำนวนนักเตะที่แบรนด์สนับสนุน โดยมีการประเมินว่าขั้นต่ำอยู่ที่ 100,000 ดอลลาร์
- นักเตะที่ได้รับการสนับสนุนต้องได้รับเงินอย่างน้อย 5,000 ดอลลาร์ต่อคน
- หากนักเตะสวมรองเท้าแบรนด์ที่ไม่ได้เข้าร่วมกรอบนโยบาย ต้องปิดบังโลโก้ระหว่างการแข่งขัน
- การไม่ปิดโลโก้จะเริ่มจากคำเตือน ตามด้วยค่าปรับ 500 ดอลลาร์ในการทำผิดครั้งที่สอง และ 1,000 ดอลลาร์ในการทำผิดครั้งที่สาม โดยค่าปรับจะเพิ่มเป็นสองเท่าในครั้งต่อ ๆ ไป
กฎนี้ครอบคลุมถุงมือผู้รักษาประตูด้วย นักเตะที่สวมรองเท้าแบรนด์ซึ่งได้รับอนุญาตก็ยังต้องได้รับเงินขั้นต่ำตามข้อตกลงจึงจะถือว่าถูกต้อง เว้นแต่จะสวมรองเท้า Nike
กรณีของ Michelle Cooper และ New Balance
New Balance ยังไม่มีข้อตกลงเป็นผู้ให้บริการรองเท้าที่ได้รับอนุญาตของ NWSL แม้ลีกระบุว่ากำลังพูดคุยในเชิงบวกกับแบรนด์ Cooper เซ็นสัญญากับ New Balance หลังคว้ารางวัล MAC Hermann Trophy ปี 2022 ขณะอยู่ที่ Duke University และถูก Kansas City เลือกเป็นอันดับ 2 ใน NWSL Draft ปี 2023
ข้อยกเว้นของลีกเปิดทางให้นักเตะที่ย้ายมาจากลีกอาชีพอื่นรักษาสัญญารองเท้าเดิมไว้จนสิ้นสุดอายุสัญญา แต่ไม่ครอบคลุมนักเตะที่อยู่ใน NWSL อยู่แล้ว กรณีของ Cooper จึงสะท้อนปัญหาสำคัญของการบังคับใช้กฎกับสัญญาที่ทำไว้ก่อนหน้า
ณ ช่วงปลายเดือนสิงหาคม มีเพียง Adidas และ Puma ที่ลงนามเข้าร่วมข้อตกลงของลีกเพิ่มเติมจาก Nike ขณะที่ยังไม่มีความชัดเจนว่ากรณีของ Cooper และ New Balance จะได้รับการจัดการอย่างไร
ผลกระทบต่อแบรนด์อุปกรณ์ฟุตบอลหญิง
ค่าธรรมเนียมของลีกอาจเป็นอุปสรรคต่อแบรนด์ขนาดเล็กที่พัฒนารองเท้าโดยมุ่งแก้ปัญหาเฉพาะของกีฬาผู้หญิง Jack Rasmussen ผู้ก่อตั้ง Caddix ระบุว่าค่าธรรมเนียม 100,000 ดอลลาร์จะเป็นอุปสรรคร้ายแรงต่อธุรกิจของเขา
Kayla Sharples กองหลัง Kansas City Current เป็นนักเตะ NWSL คนแรกที่สวมรองเท้า Caddix ซึ่งมีปุ่มสตั๊ดที่ออกแบบมาเพื่อลดแรงหมุนที่เกี่ยวข้องกับอาการบาดเจ็บหัวเข่า Rasmussen ตัดสินใจจ่ายเงินขั้นต่ำ 5,000 ดอลลาร์ให้ Sharples ตามนโยบายใหม่ แต่เธอก็ได้รับค่าปรับครั้งแรกจากการสวมรองเท้าแบรนด์ดังกล่าว
IDA แบรนด์อุปกรณ์สำหรับนักกีฬาหญิง จัดหารองเท้าให้ผู้เล่น NWSL สี่คนและกำลังพูดคุยกับนักเตะเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม นักเตะที่ติดต่อแบรนด์มักถามก่อนว่าสามารถสวมรองเท้าลงแข่งขันได้หรือไม่ แสดงให้เห็นว่านโยบายนี้เริ่มมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจทำสัญญา
เหตุผลของลีกและข้อกังวลเรื่องการบังคับใช้
NWSL มองว่าการเติบโตของลีกทำให้นักเตะและการแข่งขันสร้างมูลค่าทางการตลาดอย่างมีนัยสำคัญ แบรนด์ที่เข้าร่วมข้อตกลงจะสามารถใช้ชื่อและภาพลักษณ์ของลีก ทีม และนักเตะเพื่อทำการตลาดได้ ขณะเดียวกัน ลีกระบุว่านโยบายนี้ช่วยกำหนดมาตรฐานค่าตอบแทนขั้นต่ำและเพิ่มการสนับสนุนอุปกรณ์ให้ผู้เล่นที่ไม่มีสัญญาส่วนตัว โดย Nike จะจัดหารองเท้าเพิ่มเติมให้สโมสรสำหรับนักเตะกลุ่มดังกล่าว
ข้อคัดค้านหลักอยู่ที่การสื่อสารและช่วงเวลาบังคับใช้ ร่างนโยบายถูกเปิดเผยในเดือนมีนาคมและเดิมมีกำหนดเริ่มใช้งานเกือบทันที ก่อนวันเริ่มต้นจะเลื่อนไปเป็นช่วงฤดูร้อน นอกจากนี้ NWSL Players Association ยังยื่นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบังคับใช้ โดยเฉพาะกรณีสัญญาที่มีอยู่ก่อนแล้ว
แนวคิดที่ต่างจากฟุตบอลระดับโลก
การให้แบรนด์จ่ายเงินเพื่อเป็นผู้ให้บริการรองเท้าที่ได้รับอนุญาตพบได้ในลีกกีฬาอาชีพของสหรัฐฯ เช่น NFL และ NBA แต่เป็นแนวคิดที่ไม่คุ้นเคยในฟุตบอลระดับโลก ซึ่งรองเท้ามักถูกมองว่าเป็นพื้นที่การเลือกส่วนตัวของนักเตะ ทั้งในกรณีที่มีสัญญาสปอนเซอร์และกรณีที่ผู้เล่นต้องซื้อรองเท้าเอง
NWSL ระบุว่าสัญญามาตรฐานของนักเตะมีข้อกำหนดเรื่องอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว เพียงแต่ลีกเริ่มบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าวอย่างจริงจังมากขึ้น โดยอ้างแนวทางจาก WNBA ซึ่งกำหนดเงินขั้นต่ำจากแบรนด์ให้นักกีฬาไว้ที่ 5,000 ดอลลาร์เช่นกัน
ประเด็นจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การปิดโลโก้บนรองเท้า แต่รวมถึงสิทธิของนักเตะในการรักษาสัญญาส่วนตัว โอกาสของแบรนด์นวัตกรรมรายเล็ก และวิธีแบ่งมูลค่าทางการตลาดระหว่างลีก นักเตะ และแบรนด์ กรณีของ Cooper ทำให้คำถามเหล่านี้ปรากฏชัดขึ้นในสนามแข่งขันจริง

























