ไมเคิล คาร์ริคเชื่อว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสามารถแข่งขันกับคู่แข่งในพรีเมียร์ลีกได้ แม้ใช้งบค่าตัวน้อยกว่าอาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, ลิเวอร์พูล และท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โดยมองว่าความสมดุลและการทำงานร่วมกันของนักเตะมีความสำคัญต่อผลงานในสนาม

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดใช้งบราว 150 ล้านปอนด์ หรือ 202 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คว้ากองกลาง 3 รายในช่วงซัมเมอร์ ได้แก่ อันเดรย์ ซานโตส, ยูรี ตีเลอมันส์ และคาร์ลอส บาเลบา ขณะที่ทั้งห้าทีมดังกล่าวต่างลงทุนด้วยค่าตัวมากกว่า

คาร์ริคชี้ความสมดุลสำคัญกว่างบเสริมทีม
คาร์ริคกล่าวในงานแถลงข่าวก่อนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเดินทางไปเยือนเอฟเวอร์ตันว่า เขาเชื่อว่าทีมแข่งขันได้ แม้มีช่องว่างด้านการใช้จ่ายในตลาดซื้อขาย
“ผมรู้สึกอย่างแน่นอนว่าเราสามารถแข่งขันได้”
เขามองว่าความท้าทายอยู่ที่การสร้างพลวัตและสมดุลที่เหมาะสม รวมถึงการรวมกลุ่มนักเตะให้ลงตัว เพื่อให้ผู้เล่นที่ดีที่สุดช่วยยกระดับสมาชิกคนอื่นในทีม
คาร์ริคยอมรับว่าเงินลงทุนอาจเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ไม่ใช่คำตอบเสมอไป สิ่งที่มีความหมายเช่นกันคือวิธีใช้ทรัพยากรและสิ่งที่ทีมแสดงออกมาในสนาม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดพอใจกับการเสริมแดนกลาง
หลังเส้นตายตลาดซื้อขายผ่านพ้นไปเมื่อวันอังคาร คาร์ริคระบุว่าเขาพอใจกับขุมกำลังของทีมเป็นส่วนใหญ่ และเชื่อว่าสโมสรใช้ทรัพยากรที่มีได้อย่างคุ้มค่าในการดึงซานโตส, ตีเลอมันส์ และบาเลบาเข้ามา
ก่อนหน้านี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดใช้งบเสริมทีมส่วนใหญ่ในปี 2025 กับการคว้ากองหน้า 3 ราย ส่วนแดนกลางได้รับการปรับปรุงในช่วงซัมเมอร์นี้ ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าแนวรับอาจเป็นจุดที่สโมสรให้ความสำคัญในปี 2027
คาร์ริคยังไม่เปิดรายละเอียดแผนซื้อขาย
คาร์ริคยังไม่เปิดเผยแผนเสริมทีมในอนาคตอย่างละเอียด แต่ระบุว่าสโมสรมีภาพที่ชัดเจนว่าต้องการให้ขุมกำลังพัฒนาไปในทิศทางใด
เขากล่าวว่าการพัฒนาทีมจะดำเนินไปทีละขั้น โดยพิจารณาจากผลงาน ฟอร์มการเล่น อาการบาดเจ็บ และพัฒนาการของนักเตะระหว่างฤดูกาล ปัจจัยเหล่านี้จะมีส่วนกำหนดความต้องการของทีมต่อไป

























