อาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ชนะรวดใน 4 เกมแรก เก็บได้ทีมละ 12 คะแนน และนำฮัลล์ ซิตี้ ทีมอันดับ 4 อยู่ 4 คะแนน ช่วงเปิดฤดูกาลจึงเริ่มเห็นสองทีมนี้เป็นมาตรฐานของลีก ขณะที่ VAR กลับเป็นประเด็นสำคัญจากคำตัดสินที่ส่งผลโดยตรงต่อเกมของทั้งคู่



อาร์เซนอลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ออกตัวเหนือกลุ่ม
อาร์เซนอลบุกชนะซันเดอร์แลนด์ 2-0 ส่วนแมนเชสเตอร์ ซิตี้บุกชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แม้ฟิล โฟเดนถูกไล่ออกตั้งแต่ครึ่งแรก ชัยชนะของซิตี้จึงสะท้อนความสามารถในการคุมเกมในสถานการณ์เสียเปรียบตัวผู้เล่น

อาร์เซนอลรักษาความต่อเนื่องจากฤดูกาลก่อนที่คว้าแชมป์ โดยมีดาบิด รายาเซฟจุดโทษของเอ็นโซ เล เฟ ขณะที่มาร์ติน โอเดการ์ดและบูกาโย ซากาเริ่มฤดูกาลด้วยฟอร์มที่น่าจับตา การเสริมทีมในช่วงซัมเมอร์ช่วยให้ทีมดูแข็งแกร่งขึ้น และผลการแข่งขันในช่วงต้นทำให้ความผิดพลาดเล็กน้อยของคู่แข่งมีความหมายมากขึ้น

ฝั่งซิตี้ได้ประตูชัยจากเออร์ลิง ฮาลันด์ในเกมดาร์บี แม้ประตูดังกล่าวจะตามมาด้วยข้อโต้แย้งเรื่องการตัดสิน ทั้งสองทีมกำลังเก็บคะแนนเต็มอย่างสม่ำเสมอ ต่างจากเชลซีที่เกมรับยังมีช่องโหว่ ลิเวอร์พูลที่ยังขาดความเฉียบคมภายใต้การคุมทีมของอันโดนี อิราโอลา และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่ออกตัวไม่ดีภายใต้ไมเคิล คาร์ริค

VAR ถูกวิจารณ์จากคำตัดสินสำคัญ
มิเกล อาร์เตตาไม่พอใจจุดโทษที่อาร์เซนอลเสียในเกมเยือนซันเดอร์แลนด์ จากจังหวะเตะมุมที่เอซรี คอนซาถูกตัดสินว่าฟาวล์แดน บอลลาร์ด ทั้งที่ภาพรีเพลย์ชี้ว่าคอนซาเป็นฝ่ายถูกทำฟาวล์ อาร์เตตามองว่าระบบและผู้ตัดสินต้องรับผิดชอบต่อการปกป้องเกม เพราะการตัดสินเช่นนี้อาจเปลี่ยนทั้งผลการแข่งขันและโมเมนตัมของทีมได้
“We have a lot of cameras and VAR, we have to take responsibility to protect the game. Today the game was unprotected, and it could have cost us the game and the momentum which is a really, really serious thing.”
ในเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี ประตูของฮาลันด์ถูกเปลี่ยนจากการล้ำหน้าเป็นประตู หลัง VAR พิจารณาว่าแพทริค ดอร์กูทำให้ฮาลันด์อยู่ในตำแหน่งไม่ล้ำหน้า แต่บทบาทของเอ็นโซ เฟร์นันเดซในกรอบเขตโทษเป็นจุดที่ถูกตั้งคำถาม เนื่องจากเขาพยายามเล่นบอลภายใต้แรงกดดันจากลิซานโดร มาร์ติเนซ ขณะที่เซนเน ลัมเมนส์และมาร์ติเนซต่างเสียสมาธิจากจังหวะนั้น
Pro Ref ยอมรับภายหลังว่า “error of judgement” มีส่วนต่อการให้ประตูนี้ ไมเคิล คาร์ริคจึงตั้งคำถามต่อมาตรฐานการมองเกมของผู้ตัดสิน ข้อถกเถียงไม่ได้อยู่แค่การตีความล้ำหน้า แต่ยังอยู่ที่เกณฑ์ว่าผู้เล่นในจังหวะนั้นรบกวนการเล่นมากเพียงใด
ฮัลล์เริ่มต้นดี แต่ทีมน้องใหม่ยังต้องพิสูจน์ตัวเอง
ฮัลล์ยังไม่แพ้ใคร มี 8 คะแนนจาก 4 นัด หลังเสมอเชลซี 2-2 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โมฮาเหม็ด-อาลี โชเกือบทำประตูชัยช่วงท้าย แต่เอมิเลียโน มาร์ติเนซเซฟไว้ได้ แม้ผลงานจะเกินความคาดหมาย เป้าหมายของเซอร์เกย์ ยาคิโรวิชยังคงเป็นการอยู่รอด
อิปสวิชมี 6 คะแนนและอยู่อันดับ 10 หลังบุกชนะคริสตัล พาเลซ 3-2 จากประตูท้ายเกมของเซียน เฟลมมิง ตรงกันข้ามกับโคเวนทรีที่ยังไม่มีคะแนนหลังแพ้ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 0-5 ทีมน้องใหม่ทั้งสามทีมรวมกันมี 14 คะแนนหลัง 4 นัด และใช้จ่ายในตลาดซัมเมอร์ราว 557 ล้านยูโร
การออกตัวของฮัลล์และอิปสวิชให้สัญญาณที่ดี แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าทีมน้องใหม่ฤดูกาลนี้เหนือกว่ากลุ่มจากฤดูกาลก่อน ผลงานระยะยาวจะวัดจากความสามารถในการรักษาระดับ และการรับมือกับความเข้มข้นของลีกสูงสุด
สเปอร์สและโคเวนทรียังมีงานต้องแก้
ทอตแนม ฮอตสเปอร์มี 2 คะแนนและยังทำประตูไม่ได้จาก 4 นัด ล่าสุดเสมอเอฟเวอร์ตัน 0-0 ทีมลงทุน 366.5 ล้านยูโรในช่วงซัมเมอร์และกำลังปรับแดนกลางชุดใหม่ โรแบร์โต เด แซร์บียังต้องทำให้ซาวิโอ โอมาร์ มาร์มูช โมฮัมเหม็ด คูดุส และมาติส แตลปรับเข้ากับแนวทางของทีม
โคเวนทรีกลับสู่พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี แต่แพ้ทั้ง 4 นัดและยังทำประตูไม่ได้ โดยแพ้อาร์เซนอล 0-3, แพ้ฮัลล์ 0-1, แพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1 และแพ้ไบรท์ตัน 0-5
เกมกับไบรท์ตันเปลี่ยนชัดเจนเมื่อไตโว อโวนิยีถูกไล่ออกในนาทีที่ 53 ขณะทีมตาม 0-2 โคเวนทรีสร้างโอกาสได้ในครึ่งแรก และแฟนบอลยังยืนปรบมือให้ทีมหลังจบเกม แรงสนับสนุนต่อแฟรงค์ แลมพาร์ดยังมีอยู่ แต่ทีมต้องหาผลการแข่งขันให้ได้ระหว่างการปรับตัวสู่ความเร็วและความแข็งแกร่งของพรีเมียร์ลีก



















