สหพันธ์ฟุตบอลไนจีเรีย (NFF) ตัดสินใจยุติความร่วมมือ 11 ปีกับ Nike และหวนกลับไปใช้ adidas หลังบรรลุข้อตกลงอุปกรณ์กีฬามูลค่า 8.5 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่ง NFF ระบุว่าเป็นสัญญาชุดแข่งที่ใหญ่ที่สุดในแอฟริกา



รายละเอียดข้อตกลงใหม่ของ adidas กับไนจีเรีย
Ibrahim Gusau อดีตประธาน NFF ซึ่งลาออกพร้อมคณะกรรมการบริหารของสหพันธ์เมื่อวันพฤหัสบดี เปิดเผยที่กรุงอาบูจาว่า adidas จะจ่ายเงินสดปีละ 4.5 ล้านดอลลาร์ และสนับสนุนอุปกรณ์อีก 4 ล้านดอลลาร์ให้กับทีมชาติไนจีเรีย
ข้อตกลงยังให้ NFF รับส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์จากยอดขายสินค้าอีก 20% ทำให้มูลค่ารวมอาจสูงกว่าแพ็กเกจรับประกัน 8.5 ล้านดอลลาร์ต่อปี
Gusau ระบุว่าสัญญาฉบับนี้ลงนามแล้ว และเดิมมีกำหนดประกาศในเดือนกันยายน โดยเขาย้ำว่าตัวเลขดังกล่าวสูงกว่าดีลใดๆ ที่ประเทศในแอฟริกาเคยมี
ทำไมไนจีเรียจึงเปลี่ยนจาก Nike กลับสู่ adidas
Gusau กล่าวว่าสัญญาเดิมกับ Nike ไม่เพียงพอต่อความต้องการของทีมชาติ และในบางช่วงสหพันธ์ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเอง
เขายกตัวอย่างว่าข้อตกลงที่ดำเนินมานาน 11 ปีนั้นมีมูลค่าเงินสด 500,000 ดอลลาร์ และอุปกรณ์อีก 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงมานานเกินไปเมื่อเทียบกับภาระงานของทีมชาติในปัจจุบัน
ตามที่ Gusau เล่า NFF เริ่มเจรจากับ Nike เพื่อขอปรับปรุงเงื่อนไขตั้งแต่ปี 2024 แต่ไม่อาจตกลงกันได้ ก่อนที่ Nike จะยอมให้สหพันธ์รับข้อเสนอจากผู้ผลิตรายอื่น และ adidas จึงยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าเข้ามา
Nike มีสิทธิ์จับข้อเสนอที่ดีที่สุด แต่ไม่สามารถเทียบข้อเสนอของ adidas ได้ จึงเป็นจุดที่ทำให้ไนจีเรียตัดสินใจเดินหน้าเปลี่ยนผู้สนับสนุนชุดแข่ง
ย้อนรอยความสัมพันธ์เก่าระหว่างไนจีเรียกับ adidas
การกลับไปใช้ adidas ทำให้ไนจีเรียย้อนกลับไปหาผู้ผลิตที่เคยอยู่กับทีมชาติมาแล้วหลายช่วงสำคัญ
adidas เคยสนับสนุนไนจีเรียช่วงคว้าแชมป์ Africa Cup of Nations ปี 1994 และลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในปีเดียวกัน ก่อนที่ Nike จะเข้ามาแทนในปี 1995 จากนั้นไนจีเรียกลับไปใช้ adidas อีกครั้งในปี 2004 และอยู่กับแบรนด์เยอรมันรายนี้จนถึงปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงที่ Super Eagles คว้าแชมป์ Africa Cup of Nations ปี 2013
ในยุค Nike ตั้งแต่ปี 2015 ชุดแข่งของไนจีเรียกลายเป็นที่จดจำอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเสื้อฟุตบอลโลก 2018 ของ Super Eagles ที่ประสบความสำเร็จทั้งในเชิงการค้าและแฟชั่น
รายได้ใหม่และผลต่อทีมชาติไนจีเรีย
Gusau ชี้ว่าการที่ adidas มีร้านค้าในไนจีเรียมากกว่า ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างรายได้จากส่วนแบ่ง 20% ได้ด้วย
เขาระบุว่า Nike มีร้านเดียวในไนจีเรียที่ลากอส ขณะที่ adidas มีราว 13 ร้าน และมีแผนขยายเป็น 32 ร้านภายใน 2 ปี ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงสินค้าและหนุนยอดขายที่ NFF จะได้รับส่วนแบ่ง
รายได้ที่เพิ่มขึ้นยังอาจทำให้สหพันธ์มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการดึงโค้ชระดับสูงมาคุมทีมชาติชุดใหญ่ทั้ง Super Eagles และ Super Falcons ซึ่งที่ผ่านมาเรื่องงบประมาณเป็นข้อจำกัดสำคัญ
มุมมองต่อดีลที่สะท้อนอำนาจต่อรองของฟุตบอลไนจีเรีย
ข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนว่าไนจีเรียยังมีน้ำหนักทางการตลาดมากพอจะดึงดูดผู้สนับสนุนระดับโลกได้ แม้ก่อนหน้านี้จะติดอยู่กับสัญญาที่ NFF มองว่าไม่ตอบโจทย์ทีมชาติ
ตัวเลข 8.5 ล้านดอลลาร์ต่อปีไม่ได้มาจากเงินสดอย่างเดียว แต่รวมทั้งค่าสนับสนุนอุปกรณ์และรายได้จากลิขสิทธิ์ จึงเป็นโครงสร้างผลตอบแทนที่กว้างกว่าเดิมอย่างชัดเจน
การหวนคืน adidas ยังเชื่อมกับช่วงเวลาที่ไนจีเรียเคยประสบความสำเร็จร่วมกันมาแล้ว ทำให้ดีลนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผู้ผลิตชุดแข่ง แต่เป็นการเปิดบทใหม่ของฟุตบอลไนจีเรียทั้งในเชิงภาพลักษณ์และรายได้


























