เนย์มาร์มองว่าชัยชนะเหนือโครินเธียนส์ 1-0 ยังไม่ทำให้ซานโตสพ้นจากแรงกดดันในลีกบราซิล เพราะทีมยังต้องดิ้นรนทุกสัปดาห์ และเขายอมรับตรงไปตรงมาว่าสโมสรแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในสถานะ “มหาอำนาจ” ของฟุตบอลบราซิลเหมือนเดิม

สามแต้มที่ยังไม่ลบความกังวล
เกมนี้ช่วยให้ซานโตสขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 14 ของบราซิลลีกสูงสุด และมีคะแนนเหนือโซนตกชั้น 4 คะแนน แต่สถานการณ์ยังไม่ปลอดภัยพอจะสบายใจได้
เนย์มาร์มีส่วนกับประตูชัยด้วยการเปิดฟรีคิกในจังหวะนำไปสู่ประตูเดียวของเกม ก่อนจะสะท้อนภาพรวมของทีมว่า ทุกนัดต่อจากนี้จะเป็นงานหนัก และซานโตสไม่มีพื้นที่ให้ประมาท
เนย์มาร์ยอมรับซานโตสไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม
ดาวเตะวัยเก๋ากล่าวชัดว่า “Every match is going to be a struggle. There won't be any matches we'll win 3-0 or 4-0. Obviously, that will happen at some point (in the future), but given what Santos has become, unfortunately, we're no longer a powerhouse in Brazilian football.”
เขายังระบุว่าในเวลานี้ฟุตบอลบราซิลมีเพียง Palmeiras และ Flamengo ที่ถูกมองเป็นทีมระดับนำ พร้อมฝากถึงแฟนบอลว่าทีมชุดนี้จะตอบแทนความคาดหวังด้วยความทุ่มเทเต็มร้อยทุกวัน และเต็มร้อยในทุกนัด
“Today, there are two powerhouses [Palmeiras and Flamengo] in Brazilian football, and we know which ones they are. But we continue to give it our all and work every day to improve. What Santos fans can expect from this squad is total commitment and dedication every day, in every match.”
ซานโตสกับภารกิจคืนความน่าเกรงขาม
ซานโตสเคยเป็นสโมสรที่มีชื่อเสียงระดับโลกในยุคของเปเล่ แต่พวกเขายังไม่เคยกลับไปคว้าแชมป์ลีกบราซิลได้อีกเลยตั้งแต่ปี 2004 และเพิ่งผ่านช่วงเวลายากลำบากจากการตกชั้นในปี 2023 ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประวัติศาสตร์สโมสร
การที่เนย์มาร์กลับมาสวมเสื้อทีมบ้านเกิดในเดือนมกราคม 2025 และมีส่วนช่วยให้ทีมรอดตกชั้น จึงทำให้คำพูดหลังเกมนี้มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะมันสะท้อนทั้งความจริงของผลงานในสนามและมาตรฐานที่ซานโตสต้องไล่กลับไปให้ทัน
สำหรับแฟนบอล ข้อสรุปจากเกมนี้ไม่ใช่แค่สามคะแนน แต่คือสัญญาณว่าซานโตสยังต้องเล่นด้วยความละเอียดและความทุ่มเทสูงทุกสัปดาห์ หากหวังจะหลุดพ้นจากการต่อสู้ในโซนท้ายตาราง




















