แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกชนะ คริสตัล พาเลซ 4-1 ที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ก โดยได้สองประตูจาก เออร์ลิง ฮาแลนด์ และอีกสองประตูจาก รายัน แชร์กี ในเกมที่ทีมเยือนคุมจังหวะสำคัญของครึ่งหลังได้เด็ดขาด

ฮาแลนด์เปิดก่อน ก่อนแชร์กียิงปิดจังหวะสำคัญ

ฮาแลนด์สวมปลอกแขนสีดำเพื่อไว้อาลัยแด่กษัตริย์ฮาราลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ก่อนโหม่งประตูขึ้นนำในนาทีที่ 17 และมายิงประตูที่สองของตัวเองในนาทีที่ 84

ด้านแชร์กีตอบแทนโอกาสที่ได้รับด้วยผลงานสำคัญที่สุดของเกม เขายิงประตูแรกในนาทีที่ 54 และซัดเพิ่มอีกลูกในอีก 3 นาทีถัดมา เป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนเกมให้ซิตี้หนีออกไปอย่างรวดเร็ว

จังหวะเกมพรีเมียร์ลีกที่รายัน แชร์กียิงประตูสำคัญพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้คุมสถานการณ์

จุดเปลี่ยนใน 6 นาทีที่พาเกมไหลเข้าทางซิตี้

ซิตี้เปลี่ยนทีมจากเกมเปิดฤดูกาลที่ชนะบอร์นมัธเพียงตำแหน่งเดียว โดยส่งแชร์กีลงแทนริโก ลูอิส และการตัดสินใจนี้ให้ผลทันทีในเกมรุก

หลังแชร์กียิงประตูแรก จานลุยจิ ดอนนารุมมา ทำเข้าประตูตัวเองจากฟรีคิกของเยเรมี ปิโน ทำให้พาเลซมีความหวังขึ้นมาเพียงชั่วครู่ แต่ซิตี้ไม่ปล่อยให้โมเมนตัมหลุดมือ และตอบสนองกลับได้เร็วมากในช่วงเวลาสั้น ๆ

ภาพบรรยากาศการแข่งขันที่เซลเฮิร์สต์ พาร์ก ระหว่างคริสตัล พาเลซกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ชัยชนะที่ย้ำความเฉียบคมของซิตี้ในต้นซีซัน

ประตูของฮาแลนด์ในช่วงท้ายปิดเกมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เก็บชัยชนะ 2 นัดจาก 2 นัดแรกในพรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่

สำหรับพาเลซ เกมนี้เป็นค่ำคืนที่เปิดฉากเพื่อรับการมาของปิแอร์ ซาเช แต่กลับถูกทีมเยือนทำลายบรรยากาศด้วยประสิทธิภาพในการจบสกอร์และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ในสนามที่เหนือกว่า

สิ่งที่แฟนบอลเห็นจากเกมนี้

ซิตี้ไม่ได้ชนะเพราะครองบอลอย่างเดียว แต่ชนะเพราะเปลี่ยนโอกาสสำคัญให้เป็นประตูได้ทันที โดยเฉพาะฮาแลนด์และแชร์กีที่รวมกันยิงถึง 4 ประตู

ฝั่งพาเลซมีช่วงที่พอสร้างแรงกระเพื่อมได้จากจังหวะประตูคืน แต่เมื่อซิตี้เร่งกลับในเวลาไม่กี่นาที เกมก็ขาดและไม่เปิดโอกาสให้เจ้าถิ่นตั้งตัวอีกครั้ง