แอสตัน วิลล่าปิดดีลคว้าตัว นิโคลัส แจ็กสัน กองหน้าเซเนกัลจากเชลซีได้สำเร็จเมื่อวันศุกร์ โดยถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญของทีมในช่วงที่ขุมกำลังแนวรุกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

นิโคลัส แจ็กสัน เซ็นย้ายจากเชลซีมาแอสตัน วิลล่า
Nicolas Jackson joined Aston Villa from Chelsea on Friday.
แอสตัน วิลล่าเสริมแนวรุกด้วยการคว้าตัวนิโคลัส แจ็กสัน
Leboeuf: Martínez is what Chelsea need

แม้ไม่มีการเปิดเผยเงื่อนไขอย่างเป็นทางการ แต่รายงานระบุว่าดีลนี้มีมูลค่ารวมราว £65 million ($88m) และแอสตัน วิลล่าจ่ายเงินเบื้องต้นประมาณ £47.5m ($64.3m) เพื่อดึงหัวหอกวัย 25 ปีมาร่วมทีม

กลับมาร่วมงานอูไน เอเมรีอีกครั้ง

การย้ายครั้งนี้ทำให้แจ็กสันได้กลับมาร่วมงานกับอูไน เอเมรีอีกครั้ง หลังทั้งคู่เคยทำงานด้วยกันที่บียาร์เรอัลมาก่อน จึงเป็นดีลที่มีทั้งมิติของความคุ้นเคยและความเข้าใจในแท็กติกอยู่ในตัว

เอเมรีพูดถึงโอลลี่ วัตกินส์ในงานแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า

"I told him 'bye' with a huge hug and with small tears,"
ก่อนจะเสริมว่า
"OK, but now it's a new chapter here with Nicolas Jackson."

วิลล่ากำลังปรับแนวรุกครั้งใหญ่

แจ็กสันถูกมองว่าจะเข้ามาแทนโอลลี่ วัตกินส์ ซึ่งมีรายงานว่าใกล้ย้ายไปอัล ฮิลาล ในซาอุดี โปร ลีก ขณะเดียวกัน เอมิเลียโน มาร์ตีเนซ ก็มีรายงานว่าใกล้ย้ายไปเชลซีเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะ Ezri Konsa, Morgan Rogers, Youri Tielemans และ Lucas Digne ก็เป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกระบุว่าอยู่ในกลุ่มที่อาจอำลาวิลล่า พาร์ก ในซัมเมอร์ที่ทีมเพิ่งคว้าแชมป์ Europa League เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ตัวเลขผลงานที่เชลซีและบาเยิร์น มิวนิก

แจ็กสันย้ายจากบียาร์เรอัลไปเชลซีในปี 2023 และทำได้ 24 ประตูตลอดสองฤดูกาลในพรีเมียร์ลีกกับสโมสรลอนดอน ก่อนจะไปเล่นแบบยืมตัวกับบาเยิร์น มิวนิกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

เขายิงได้ 8 ประตูในฤดูกาลที่บาเยิร์นคว้าแชมป์บุนเดสลีกา ซึ่งเป็นผลงานที่ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับการตัดสินใจของวิลล่าในการดึงเข้ามาเติมเกมรุก

ผลที่วิลล่าอาจได้จากดีลนี้

สำหรับวิลล่า ดีลนี้มีความหมายมากกว่าการเพิ่มกองหน้าคนใหม่ เพราะเป็นการหาตัวแทนในช่วงที่ทีมกำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านพร้อมกันหลายตำแหน่ง และยังได้ผู้เล่นที่เคยผ่านประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกและเกมระดับแชมเปียนของบาเยิร์นมาแล้ว

ในมุมของแฟนบอล การได้แจ็กสันมาร่วมทีมหมายถึงวิลล่ากำลังเดินหน้าแก้ปัญหาแนวรุกอย่างชัดเจน และเลือกใช้ความคุ้นเคยระหว่างนักเตะกับเฮดโค้ชเป็นฐานสำคัญในการสร้างทีมชุดใหม่